งานสร้างฐานพระประธาน

มากล่าวถึงงานสถาปัตยกรรมไทย คงจะไม่กล่าวถึงเรื่องลายไทยที่นำมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมไทยเป็นไปมิได้และหลายเเห่งมีช่างฝีมือ
ในการปั้นลายสดๆ เช่นช่างเมืองเพรชบุรี, ช่างปั้นล้านนาและช่างปั้นภาคกลาง แต่ในสมัยปัจจุบันถือได้ว่าช่างฝีมือในการปั้นลายไทยแบบ
สดๆเหลืออยู่น้อยมาก มีการนำเทคนิคที่ง่ายขึ้นมาปรับใช้เช่นการเเกะลายที่จะใช้้และหล่อแม่พิมม์คอนกรีตขึ้นมาเป็นแบบและใช้การหล่อ
ส่วนผสมเพื่อให้ได้ลายตามที่ต้องการ และถอดพิมม์ก็จะได้ลายไทยที่ต้องการแล้วจึงนำไปติดตั้งภายหลังเพื่อประหยัดในเรื่องของเวลาและ
งบประมาณที่มีจำกัดรวมไปถึงช่างปั้นลายไทยในสมัยนี้ เท่าที่ผู้เขยนได้สนทนาก็คือ ต้องเเข่งขันเพื่อต่อสู้การตลาดกับช่างทีมอื่นเพื่อความ
อยู่รอด เเ่ข่็งเรื่องของเวลาและแข่็งขันเพื่อประคองอาชีพที่บรรพบุรุษถ่ายทอดไว้เป็นมรดกให้คงอยู่สืบไปชั่วลูกหลานเพราะเกรงว่าวันหนึ่ง
ช่างปั้น/แกะลายไทย จะสูญสิ้นช่างฝีมือด้านนี้ไปในที่สุด เท่าที่สังเกตทุกวันนี้ช่างรุ่นใหม่ที่เป้นรุ่นหลานจะไม่สามารถปั้นลายสดๆได้เหมือน
ช่างสมัยก่อนรุ่นคุณทวด คุณตาได้แล้ว เหตุเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปทิศทางด้านความคิดของสังคมเเปรเปลี่ยนไปกระแสการอนุรักษ์ศิลป
วัฒนธรรมก็น้อยลง ซึ่งน่าเสียดายภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของไทยจะค่อยเลือนหายไปที่ละนิดๆ และครั้งนี้ ก็ได้นำรูปการขึ้นฐานติดลาย
ฐานพระประธานในโบสถ์วัดบุญชื่นชู จังหวัดปทุมธานี เป็๋นการแกะลายจากแม่พิมม์และติดตั้งให้ได้ความวิจิตรตามแบบช่างปูนปั้นลายไทย
สมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีจำกัด แต่ทว่าช่างปูนปั้น/ลายไทยก็ยังยืนหยัดสืบสานเจตจำนงค์ของบรรพบุรุษสืบไป