glulam

หากกล่าวถึงงาน glulam ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทย แต่ที่ประเทศจีนมีการไม้สนมาเลื่อยให้บางๆ ตามขนาดหน้าไม้ที่
ต้องการและอัดกาวซ้อนทับกันหลายๆชั้นและทำการดัดดัดโค้งเพื่อนำมาปรับใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่นการทำเป็นจันทันโค้ง
สร้างสุนทรียภาพให้ับทรงหลังคาให้เกิดความอ่อนช้อยและเพิ่มความโดดเด่นให้สถาปัตยกรรมจีน่วนในด้านเทคนิคการเจาะตอกลิ่มไม้
เนื้อแข็งเป็นระยะๆ ของจันทันเพื่อทำการยึดไม่ให้องศาที่โค้งนั้นคืนรูป และในการทำ glulam นี้มีมานานเทียบเท่าประวัติศาสตร์ชาติ
จีนและในประเทศจีนถือ ได้ว่าเป็นต้น แบบในการทำ glulam คุณสมบัติของการทำ glulam มิใช่การดัดโค้งขึ้นรูปองศาไม้แต่เพียงเท่า
นั้น แต่ทว่าเป็นการสร้างชิ้นงาน โดยไม่ต้องต่อ เนื้อไม้เหมือนการต่อไม้จันทันในสถาปัตยกรรมไทยแล้วในการทำ glulam ยังเพิ่มการ
รับแรงเฉือนที่ไกล้เคียงวัสดุชนิดอื่นเช่นโลหะที่ใช้ในงานก่อสร้างแต่ glulam มีความสวยงามตามธรรมชาติของเนื้อไม้และยังสามารถ
ดัดโค้งขึ้นรูปทรงตามที่นักออกแบบต้องการ เช่นที่พบเห็นในการใช้งานในงานโครงสร้างอยู่บ่อยครั้ง คือจันทัน คานรับแรงในโครง
สร้างหลังคา
หากต้องการให้มี span ที่ยาวก็ใช้ ห ลักการทำเป็นโครงถัก(truss)ต่อมามีการใช้เทคโลยีเข้ามาพัฒนาการทำ glulam
ในอเมริกา แคนนาดา ยุโรปและใน ประเทศเหล่านี้ที่มีแหล่งไม้สนเป็นวัตถุดิบเป็นทุนเดิมจึงมีการพัฒนาและทำเป็น อุตสาหกรรม
อย่างแพร่หลาย และเพิ่มคุณภาพเนื้อไม้โดยการอัดน้ำยารักษาเนื้อไม้เข้าไปเพื่อยึดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นถึง 50 ปี
จึงเป็นวัสดุอีกหนึ่งทางเลือกของนักออกแบบ/สถาปนิก เพื่อนำมาออกแบบลดความเเข็งกระด้างของวัสดุที่ทำมาจากโลหะ
และทำให้งานสถาปัตยกรรมมีความหลากหลายในเรื่องของความอารมณ์รู้สึก/วัสดุและก่อเกิดสุนทรียภาพให้กับผู้ที่นิยมใน
งานไม้ไม่ว่าจะ เป็นการนำมาใช้กับงานสถาปัตยกรรม อาคาร/บ้าน/โรงงาน/โรงยิมหรือแม้กระทั้งการนำมาออกแบบเป็นสะพานก็มีให้เห็น
มังฆละเป็นผู้ศึกษาเรื่อง glulam และในขณะเดียวกันยังเป็นผู้จำหน่ายไม้สนเหลือง (sourthern yellow pine) สนเเดง (red pine) นำ
เข้า จากต่างประเทศ เพื่อเป็นว้สดุรองรับการออกแบบงานของ มังฆละ แน่นอนเรามีความเชี่ยวชาญเรื่องไม้สนในระดับต้นๆของเมือง
ไทย และมีการนำมา สร้างผลงานจริง คือบ้านพักอาศัยและ decking wood pine และยังคิดค้นเรื่องการนำ งาน glulam มาปรับใช้กับงาน
ออกแบบอย่างเป็นรูปธรรม นั่น หมายถึงการจะนำวัสดุชนิดใดๆก็ตาม มารับเเรง/รับน้ำหนักในงานออกแบบ นั้นต้องมีรายการคำนวน
กลศาสตร์โครงสร้างแนบเพื่อชี้ให้เห็นถึงความแข็ง แรงของโครงสร้างว่ารับน้ำหนักได้จริงตามหลักวิศวกรรม แต่ที่ทราบมาอาจเป็น
ได้ว่าในเมืองไทยงาน glulam ยังไม่มีความแพร่หลายจึงมี วิศวกรสาขา (โยธา)น้อยคนที่มีความถนัดเรื่องการทำรายการคำนวน
โครงสร้างกำกับ เท่าที่เห็นงานชิ้นงาน glulam ในงานจัดเเสดงตามที่ต่างๆนั้นจะเป็นวิศวใน(สาขากะ)หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
(วิศวกะ)
ซึ่งเป็นสิ่งที่หน้ากลัวมากหากวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งที่หมายถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ต้องมา
อยู่บนพื้นฐานของการกะหรือคาดเดา และขณะเดียวกันช่างผู้รับเหมาก็เป็นอาชีพที่ใครอยากทำก็ทำได้วันนี้ปะยางอยู่ดีๆ
พรุ่งนี้กลายเป็นผู้รับเหมาต่อเติมอาคารไปแล้ว วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยมีมาตรการควบคุมวิชาชีพงานก่อสร้าง
อย่างเป็นมาตรฐานในเชิงรูป
ธรรมหรือไม่ ตึกถล่มแล้วถล่มอีก..ผู้เขียนขออนุญาติแสดงความคิดเห็นว่า ควรเพิ่มวิชา
ในหลักสูตรสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมทุกสาขาคือวิชาคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ควบกล้ำไว้ในใจอยู่เสมอ